ใครยังไม่ได้ดูตอนแรกเข้าไปดูก่อนนะครับ ว่าเรากำลังคุยเรื่องอะไรกัน Click
ส่วนตอนนี้เรามาคุยกันในอีกช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงเวลายอดนิยมของช่างภาพ Landscape กันเลยทีเดียว เรียกว่าถ้ามีให้ส่ง SMS vote หรือว่าส่งไปรษณีย์บัตรทายผลเหมือนบอลโลก กองไปรษณียบัตรกองนี้จะต้องสูงพอ ๆ กับดอยอินทนนท์แน่ ๆ
เวลานั้นคือช่วงก่อนพรอาทิตย์ขึ้น และหลังพระอาทิตย์ตก … ไปซักระยะ
อ้าวไหงเป็นงั้นหละ ไม่มีพระอาทิตย์แล้วจะไปหาพระแสงของ้าวมาจากไหน ?
ช้าก่อนบุเรงนอง … สูเจ้าอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่ารัฐบาลหล่อยี้ เป็นรัฐบาลที่มาอย่างถูกต้องจากการเลือกตั้ง ยังมีอะไรเบื้องหลังอีกมากที่สูเจ้ายังไม่รู้ หรือไม่ก็รู้แล้วทำเป็นแกล้งมองไม่เห็น
จริง ๆ แล้วในช่วงเวลาดังกล่าวแม้ว่าไม่มีพระอาทิตย์ แต่ถ้าสังเกตดูดี ๆ มันก็ยังมีแสงอยู่นะครับ และแสงเวลานั้นก็จะเปลี่ยนสีได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ด้วย ถ้าช่วงพระอาทิตย์ตกฟ้าจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม จากส้มเป็นแดง จากแดงเป็น ม่วง ๆ จากม่วง ๆ เป็นน้ำเงิน แล้วก็มืดดำไปในที่สุด
ทีนี้ถ้าเราใช้ท้องฟ้าเป็นฉากหลังในภาพถ่ายของเรา เราก็จะได้ฉากหลังที่มีสีตั้งหลายสีให้เลือกในช่วงเวลาดังกล่าว ลองคิดดูสิจะไปหาฉากสีสวย ๆ ขนาดใหญ่แบบนั้นได้ที่ไหน ไปซื้อผ้าหมดสำเพ็งมาต่อกันยังไม่ได้เลย
พวกที่ถ่าย City Scape หรือถ่ายแนวสถาปัตยกรรมก็ชอบช่วงเวลานี้เหมือนกันครับ เพราะเวลาที่อาคารบ้านเรือนต่าง ๆ เปิดไฟ มีท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มเป็นฉากหลังนั้น มันทำให้ภาพดูน่าสนใจและมีมิติกว่าฉากหลังดำ ๆ ทึบ ๆ ตอนกลางคืนมากครับ
แต่การถ่ายรูป Landscape ในช่วงเวลาดังกล่าวก็ต้องมีการเตรียมตัวเล็กน้อยนะครับ เพราะว่าช่วงนั้นแสงมีค่อนข้างน้อย การถือกล้องให้นิ่งจะเป็นเรื่องยาก Shutter speed จะค่อนข้างต่ำ จึงควรใช้ขาตั้งกล้องเข้าช่วย ถ้ามีสายลั่นชัตเตอร์ก็ยิ่งดีเลยครับ จะทำให้กล้องนิ่งขึ้น หรือถ้าไม่มีก็ใช้ระบบตั้งเวลาถ่ายก็ได้ครับ มือของเราจะได้ไม่ไปโดนกล้องให้เกิดความสั่นสะเทือน
ถ้าใช้กล้อง DSLR ก็ลองดูว่ามีระบบยกกระจกหรือเปล่าถ้ามีก็ลองใช้ดูครับ จะทำให้ภาพของเราคมชัดขึ้น เนื่องจากกล้องไม่สั่นเพราะกระจกกระแทกขึ้นลงเหมือนตอนถ่ายด้วยระบบปกติครับ
การจะถ่ายให้ได้แสงนี้ในตอนก่อนพระอาทิตย์ขึ้นหรือช่วงหลังตกจะมีความยากต่างกันมานะครับ ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นจะยากกว่ามาก เพราะต้องตื่นแต่เช้ามาก นี่แหละคือสิ่งที่ยากที่สุดในการถ่ายรูปในช่วงเวลาที่บอกหละ … : )


