2how Photo Workshop เป็น Workshop ที่มีจุดประสงค์ในการพัฒนาทักษะการถ่ายภาพในรูปแบบเรียนรู้จากประสบการณ์จริง โดยมีพี่หาวถ่ายทอดความรู้ เทคนิค มุมมอง และแนวคิดแบบมืออาชีพให้ ได้เรียนรู้แนวทางจากพี่หาวโดยตรงอย่างใกล้ชิด ตลอดระยะเวลาที่ทำ Workshop
พี่หาวจัด Workshop ครั้งนี้เพราะอยากจะช่วยพัฒนาผลงาน ของผู้ที่สนใจการถ่ายภาพ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ มือสมัครเล่นที่จริงจัง หรือแม้กระทั่งมืออาชีพที่ต้องการเรียนรู้เทคนิคต่างๆเพิ่มเติมก็สามารถเข้าร่วม Workshop ครั้งนี้ได้
ลงทะเบียนเข้าร่วม Workshop ครั้งนี้ Click
การทำ Workshop ครั้งนี้ พี่หาวตั้งใจให้ได้รับความรู้ และฝึกฝนถ่ายภาพกันอย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับความสะดวกสบายในการเดินทาง และการกินอยู่
โดยพี่หาวจัดทริปแบบพิเศษที่ไม่สามารถหาได้ในกรุ๊ปทัวร์ทั่วไป พี่หาวจะไม่พาเข้าร้านขายของที่ระลึก พวกบัวหิมะ ร้านหยก ร้านโน่น นี่ นั่น ฯลฯ ให้เสียเวลาถ่ายรูป พี่หาวพาไปอยู่ในแต่ละสถานที่นานๆ จัดสรรค์ช่วงเวลาต่างๆให้เหมาะสมกับการทำ Workshop มีสถานที่หลากหลายให้ได้ฝึกฝนแนวทางการถ่ายรูปแบบต่างๆ นอกจากนั้นแล้วพี่หาวจัดที่พัก และอาหารให้อย่างดีทุกมื้อ เรียกว่าพี่หาวจัดเตรียมทุกอย่างให้อย่างเต็มที่กับทุกคนที่เข้าร่วม Workshop
“เหนือสิ่งอื่นใดคือความรู้และประสบการณ์ที่พี่หาวจะถ่ายทอดให้แบบไม่มีปิดบังใดๆทั้งสิ้น”
พี่หาวได้มีโอกาสเข้าร่วม Workshop ของช่างภาพต่างประเทศมาหลายครั้ง ส่วนตัวแล้วพี่หาวเชื่อว่าพี่หาวถ่ายทอดดีกว่ามาก พี่หาวมีวิธีอธิบายเรื่องยากๆให้เข้าใจง่ายๆ และนำไปปฏิบัติได้จริง มีมุมมองแนวคิดที่ไม่ยึดติดกับชุดความคิดเรื่องการถ่ายภาพแบบทางเดียว แต่เน้นมุมมองที่หลากหลาย สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับงานหลากหลายรูปแบบ
สำหรับสถานที่แรกที่พี่หาวจะพาไปทำ Workshop กันที่ปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน ที่มีความน่าสนใจในเรื่องความหลากหลายของสถานที่ และผู้คน
ช่วงเวลาที่ไปคือ 7-8-9-10 มีนาคม เดินทางคืนวันที่ 6 ตอนกลางคืน กับสายการบิน China Airline ไปเช้าที่ปักกิ่ง
วันแรก
พี่หาวจะพาไปย่านเมืองเก่าหู่ถง … ซึ่งเป็นย่านบ้านเรือนที่มีสถาปัตยกรรมแบบโบราณ และการใช้ชีวิตของผู้คนในย่านนั้นก็ยังคงรูปแบบเดิมๆของชาวปักกิ่ง สถานที่นี้เหมาะกับการถ่ายภาพชีวิตผู้คนกับสภาพแวดล้อม Environment Portrait และแนวสถาปัตกรรม
โดยพี่หาวจะถ่ายทอดเทคนิคแนวคิดในการเข้าถึงตัวแบบ การใช้แสง การเลือกมุม เลือกฉาก การจัดองค์ประกอบ การสร้างอารมณ์ในภาพถ่าย รวมถึงการเล่าเรื่องจากภาพ แนวการถ่ายภาพแบบนี้เป็นแนวที่พี่หาวถนัด ซึ่งหลายคนคงเคยผ่านตามาบ้างแล้ว
เราจะถ่ายที่หู่ถง ทั้งเช้าและบ่ายเลยนะครับ เพราะที่นี่ค่อนข้างมีความหลายหลาย อยากให้ได้ใช้เวลากันนานๆ มีเวลาในการฝึกฝน และบันทึกภาพกันแบบเต็มที่ และมีพี่หาวคอยช่วยเหลือแนะนำตลอดเวลา
ช่วงเย็นพาเข้าที่พักเก็บของอาบน้ำเตรียมตัว ไปทานอาหารอย่างดี และหลังอาหารมื้อเย็นแล้ว พี่หาวจะพาไปถ่ายภาพในย่านถนนคนเดินหวาง ฝู่ จิ่ง เก็บแสงสีและกิจกรรมคนเดินถนนและร้านค้าที่นั่น ช่วงนี้เราจะได้ฝึกฝนการถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยให้ดูน่าสนใจ พร้อมกับเดินเล่นพักผ่อนไปในตัว
วันที่สอง
ช่วงเช้า
เริ่มต้นกันที่จตุรัสเทียนอันเหมิน จตุรัสกว้างใหญ่จุคนได้ถึงหนึ่งล้านคน เป็นสถานที่โล่งกว้างใหญ่ ถนนโดยรอบก็กว้างใหญ่เช่นกัน สามารถฝึกฝนมุมมองในการถ่ายภาพได้หลากหลาย โดยเฉพาะการจัดองค์ประกอบในแบบ Layer (วาง Subject หลายๆอย่างวางซ้อนประกอบกันในภาพ ) และแบบ Minimalist เราจะอยู่ตรงนี้จนถึงเวลาประมาณ 11 โมง แล้วไปทานข้าวกลางวันเร็วหน่อย
เพราะช่วงบ่ายพี่หาวจัดเวลาพาไปถ่ายพระราชวังกู้กง หรือพระราชวังต้องห้าม ที่มีเนื้อที่กว้างใหญ่มาก มีมุมต่างๆให้เลือกถ่ายภาพได้ แบบที่เรียกว่านับไม่ถ้วน ในแต่ละวันมีคนไปเยี่ยมชมที่นี่จำนวนมาก การถ่ายภาพที่พระราชวังกู้กงแห่งนี้ให้ได้ภาพที่ดี ถือเป็นความท้าทาย ทั้งในด้านเทคนิค และแนวคิดในการนำเสนอ รวมถึงต้องใช้เวลาพอสมควรในการบันทึกภาพ พี่หาวเข้าใจตรงจุดนี้ เลยจัดเวลาให้เต็มที่อย่างที่ได้บอกไว้
กลับออกจากกู้กงในเวลาเย็นเพื่อทานอาหารในภัตตาคารที่จัดเมนูพิเศษให้ เพราะวันนี้เราคงเหนื่อยกันทั้งวัน การได้ทานอาหารดีๆ น่าจะช่วยให้เราสดชื่นขึ้น เวลาพี่หาวไปทำงานหนักๆ พี่หาวก็จะเน้นกินดี พักดีแบบนี้ เพื่อเรียกพลังกาย พลังสมองกลับมา
… และถ้ากลับถึงโรงแรมแล้วยังไม่เหนื่อยกันเกินไป พี่หาวกำลังติดต่อทางโรงแรมให้เปิดห้องให้พวกเราได้นำรูปที่ถ่ายมาคุยกัน พร้อมรับคำแนะนำจากพี่หาว และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึงเทคนิคกันครับ
วันที่สาม
จะเป็นการพาไปถ่ายภาพในอีกแนวหนึ่ง ต่างจาก 2 วันแรก เป็นการการถ่ายภาพ Landscape ในสถานที่อันยิ่งใหญ่ มีความเป็นมาอันน่าทึ่ง นั่นคือ “กำแพงเมืองจีน” ซึ่งพี่หาวไปมาแล้วตื่นตาตื่นใจมาก สามารถถ่ายภาพได้หลากหลายมุมมอง ได้ฝึกฝนการจัดวางองค์ประกอบที่หลากหลาย ในบรรยากาศของฤดูหนาว ซึ่งไม่ค่อยมีภาพกำแพงเมืองจีนในฤดูนี้ให้เห็นมากนัก
ช่วงเช้า
พี่หาวจะพาไปที่ด่านจีหยงกวน อยู่ที่นั่นเพื่อบันทึกภาพจนถึงเวลาอาหารกลางวัน
ช่วงบ่ายพาไปถ่ายที่ด่านปาต้าหลิ่ง ซึ่งจะมีทัศนียภาพที่ต่างออกไป ให้ได้บันทึกภาพกำแพงเมืองจีนที่หลากหลาย
ทั้งสองด่านเราใช้เวลากันอย่างเต็มที่เลยนะครับ ไม่ต้องเร่งรีบ ใครมีกำลังเดิน กำลังปีนแค่ไหนใช้เวลาได้ตามสะดวกครับ (ในด่านที่สองมีกระเช้าพาขึ้น)
ปกติแล้วกรุ๊ปส่วนใหญ่จะพาไปแค่ด่านเดียว แต่สำหรับพี่หาวแล้วกำแพงเมืองจีนยิ่งใหญ่เกินกว่าจะใช้เวลาสั้นๆในการถ่ายรูป
วันนี้ทุกคนคงจะเหนื่อยมาก … มื้อเย็นพี่หาวเลยจัดเมนูสุดพิเศษให้ทานกันที่ Golden Jaguar บุฟเฟ่สุดหรูระดับ 6 ดาว รับประทานกันได้ไม่มีอั้น แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่นับว่าแพงมาก แต่พี่หาวรู้สึกยินดีมากๆที่อยากจะมอบสิ่งดีๆให้กับผู้เข้าร่วม Workshop ทุกท่าน
วันที่สี่
หลังจากเหนื่อยกันมา 3 วัน ช่วงเช้าพี่หาวเลยจัดโปรแกรมสบายๆ ในการเดินถ่ายรูปที่หอฟ้าเทียนถาน และใกล้กับจุดนี้จะมีคนท้องถิ่นมาทำกิจกรรม ออกกำลังกาย วาดรูป เล่นดนตรี ให้เราได้บันทึกภาพอิริยาบทกันในแบบสบายๆ
ช่วงบ่าย
หลังจากทานอาหารกลางวันแล้ว เราจะไปกันที่พระราชวังฤดูร้อนของพระนางซูสีไทเฮา ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่มากๆ มีมุมให้ถ่ายภาพมากมายหลากหลายแนว และในช่วงเวลาที่เราไปยังอยู่ในช่วงฤดูหนาว ทัศนียภาพจะดูแปลกไป น่าตื่นตาตื่นใจมาก
เราจะไปแบบไม่ต้องรีบเดิน รีบถ่าย ใครอยากไปมุมไหน ตรงไหน ใช้เวลาได้อย่างเต็มที่
จากนั้นเดินทางไปสนามบิน … เพื่อบินกลับเมืองไทย พร้อมภาพถ่ายเจ๋งๆที่ทุกคนได้บันทึกในระหว่างที่เราได้ร่วมทำ Workshop ด้วยกัน
…
พี่หาวทุ่มเทให้กับ Workshop ครั้งนี้อย่างเต็มที่ มีทีมงานช่วยเตรียมการ และอำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้าร่วม Workshop ได้รับความสะดวกสบายระหว่างการเดินทาง
รวมถึงก่อนไปพี่หาวจะจัดเวลาให้เราได้มาร่วมรับฟังแนวทาง การเตรียมตัว ทั้งในเรื่องการเดินทาง และการจัดอุปกรณ์ อธิบายสรุปแนวคิดต่างๆให้ฟัง จากประสบการณ์การทำงานของพี่หาวโดยตรง
ลงทะเบียนเข้าร่วม Workshop ครั้งนี้ Click
ค่าใช้จ่ายในการ Workshop 41,000 บาท ต่อท่าน
รวมค่าวีซ่า ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ค่าประกันการเดินทาง รวมถึงค่าทิปไกด์ท้องถิ่น และคนขับรถแล้ว
ไม่ต้องกังวลว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอะไรอีกรับผู้เข้าร่วมทำ Workshop 29 ท่าน (ขอจำกัดเพียงเท่านี้ เนื่องจากพี่หาวและทีมงานต้องการดูแลผู้เข้าร่วม Workshop อย่างทั่วถึง)
ลงทะเบียนเข้าร่วม Workshop ครั้งนี้ Click
สนใจเข้าร่วม Workshop ติดต่อพี่หาวโดยตรงที่หมายเลขโทรศัพท์ 081-621-0995
พี่หาวขอรบกวนผู้ที่เข้าร่วม Workshop เมื่อลงทะเบียนแล้ว … โอนเงินเข้าบัญชีพี่หาว
ชื่อบัญชี นายต่อวงศ์ ซาลวาลา
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาศรีวรา
บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 140-2-140981พี่หาวขอรบกวนโอนเงินมาเร็วนิดนึงนะครับ เพราะว่าพี่หาวไม่ได้ทำทัวร์เป็นอาชีพ พี่หาวต้องนำเงินไปจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินเพื่อยืนยันที่นั่ง(อันนี้สำคัญมาก และใช้เงินเยอะ)
รวมถึงนำไปบริหารจัดการ เตรียมความพร้อมให้กับผู้เข้าร่วม Workshop ได้รับความสะดวกสบายอย่างเต็มที่ครับ
ไปกับพี่หาวนะ … ให้พี่หาวได้ถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์ในการถ่ายภาพที่พี่หาวสั่งสมมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ให้กับผู้เข้าร่วม Workshop ในครั้งนี้ทุกๆคนครับ
ลงทะเบียนเข้าร่วม Workshop ครั้งนี้ Click
=== รายการเดินทาง Workshop ครั้งนี้โดยละเอียด ====
วันแรกของการเดินทาง กรุงเทพ ฯ ( สนามบินสุวรรณภูมิ )
23.00 น. คณะเดินทางพร้อมกันเพื่อเช็คอิน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ U ( ประตู 9 )
สายการบินแอร์ ไชน่า (CA) พบเจ้าหน้าที่รอต้อนรับและอำนวยความสะดวกเรื่องสัมภาระและการเช็คอิน และเอกสารการเดินทาง
วันที่สองของการเดินทาง กรุงเทพ – ปักกิ่ง – นั่งสามล้อชมเมืองเก่าหู่ถง – ถ่ายภาพเมืองเก่า – ถนนหวังฝูจิ่ง
……. น. เหิรฟ้า สู่ นครปักกิ่ง เที่ยวบินที่ CA 980 พร้อมอาหารและเครื่องดื่ม
06.30 น. เดินทางถึง นครปักกิ่ง เมืองซึ่งเป็นศูนย์กลางทั้งทางด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมในปัจจุบันนำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและสนามบินเรียบร้อยแล้วนำท่านสู่ตัวเมือง
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร จากนั้นทำธุระส่วนตัวเพื่อความสดชื่นยามเช้า
จากนั้นนำท่านสู่ย่านเมืองเก่าหู่ถง นั่งสามล้อถีบแบบโบราณ ชมย่านที่อยู่อาศัยที่เป็นตรอกซอกซอย ส่วนใหญ่สร้างในสมัยราชวงศ์หยวน ต่อเนื่องมาถึงหมิง และชิง เรียงรายล้อมรอบพระราชวังต้องห้าม โดยยิ่งถ้าอยู่ใกล้พระราชวังจะเป็นที่พักอาศัยของเหล่าขุนนาง หรือบุคคลชั้นสูง และบางส่วนก็จะเป็นที่พักอาศัยของสามัญชน
ในหู่ถงแห่งนี้ ท่านอาจยังเห็นบ้านแบบโบราณ ซึ่งเรียกว่า ซื่อเหอหยวน เป็นกลุ่มบ้านสี่หลังที่สร้างในพื้นที่เดียวกัน ใช้อาศัยในครอบครัวหรือตระกูลใหญ่ และด้วยการพัฒนาของเมืองใหญ่อย่างมหานครปักกิ่ง
ทำให้หู่ถงถูกเวนคืนและรื้อถอนไปหลายแห่ง ปัจจุบันนี้ รัฐบาลจีนได้กำหนดเขตอนุรักษ์เมืองเก่านี้ประมาณ 20 สาย ซึ่งอยู่ในใจกลางมหานครนี้ และชาวบ้านที่อาศัยอยู่ก็ยังคงใช้ชีวิตในรูปแบบดั้งเดิมไว้ เหมาะกับการบันทึกภาพเป็นอย่างยิ่ง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บริการเมนูอัพเกรด และเป็ดปักกิ่งต้นตำรับ
บ่าย นำท่านถ่ายภาพบริเวณเมืองเก่าหู่ถง อีกครั้งหนึ่ง เพื่อบันทึกภาพมุมใหม่ ๆ ที่มีอยู่หลากหลาย และได้แสงเงาในช่วงเวลาที่แตกต่างกนไป
16.00 น. นำท่านเข้าพักผ่อน และจัดเก็บสัมภาระ ณ โรงแรมที่พัก และผ่อนคลายอิริยาบถจากการเดินทาง
18.00 น. รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร บริการเมนูอัพเกรดอย่างดี
หลังอาหารนำท่านสู่ถนนคนเดิน หวาง ฝู จิ่ง ที่ยาวกว่า 2 กม. เต็มไปด้วยแสงสีจากร้านค้าต่าง ๆ มากมาย สองข้างทางเป็นร้านค้าและห้างสรรพสินค้าต่าง ๆมีสินค้าทั้งแบรนด์เนมตะวันตกและของจีนให้ท่านได้เลือกซื้อหา ซึ่งถนนนี้เป็นถนนคนเดิน ไม่อนุญาตให้รถวิ่ง ยกเว้นรถประจำทางที่ใช้ไฟฟ้าเพื่อลดมลพิษเท่านั้น ให้ท่านได้ถ่ายภาพช่วงกลางคืน
นำเข้าพักผ่อน ณ โรงแรม TAILONG PLAZA HOTEL หรือเทียบเท่า
http://www.tury.ru/hotel/id/88445/Tailong%20Plaza
วันที่สามของการเดินทาง จัตุรัสเทียนอันเหมิน – พระราชวังต้องห้าม กู้กง
06.30 น. รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสเทียนอันเหมิน ที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลก ถ่ายภาพอนุสาวรีย์วีรชน ศาลามหาประชาคม อนุสรณ์สถานที่รำลึกเหมา เจ๋อตุง และพลับพลาหน้าประตูเทียนอันเหมินอันเด่นสง่า
ผ่านชมรัฐสภาที่สวยงาม ( ไม่สามารถบันทึกภาพทหารรักษาการณ์ในระยะใกล้ )
ท่านสามารถบันทึกภาพจัตุรัสที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จากเหตุการณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะการสวนสนามในวันชาติจีน และเหตุการณ์การล้อมปราบประชาชนในช่วงเหตุการณ์ทางการเมือง
11.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บริการเมนูอัพเกรดอย่างดี
จากนั้นนำท่านชม พระราชวังโบราณกู้กง ( THE FORBIDDEN CITY ) หรือพระราชวังต้องห้ามซึ่งในอดีตเคยเป็นที่ประทับของจักรพรรดิ์แห่งราชวงศ์หมิง และราชวงศ์ชิง ภายในประกอบด้วยห้องต่าง ๆ เช่น พระที่นั่ง หอสมุด ห้องพักต่าง ๆ ถึง 9,999 ห้อง และเชื่อมกันทั้งหมด บนเนื้อที่กว่า 720,000 ตรม. เป็นมหาอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 14 ปี แต่ละพลับพลามีขนาดใหญ่โตอลังการ
ชื่อพระราชวังต้องห้ามมาจาก การที่เป็นที่ประทับเฉพาะจักรพรรดิ แยกจากโลกภายนอก โดยมี สนมกำนัล ขันที และข้าหลวงคอยรับใช้ ซึ่งคนเหล่านี้ต้องอาศัยอยู่ในพระราชวังแห่งนี้ตลอดชีวิต และบุคคลภายนอกไม่สามารถเข้ามาได้ นอกจากจะต้องขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษ
พระราชวังแห่งนี้ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลก จากยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1987 ให้ท่านได้ถ่ายภาพมุมต่าง ๆ ของอาณาจักรแห่งนี้อย่างเต็มอิ่ม
18.00 น. รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร บริการเมนูอัพเกรดอย่างดี
นำท่านเข้าพักผ่อน ณ โรงแรม TAILONG PLAZA HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่สี่ของการเดินทาง กำแพงเมืองจีนด่านจีหยงกวน – กำแพงเมืองจีนด่านปาต้าหลิ่ง ( นั่งกระเช้า )
บุฟเฟ่ต์ 6 ดาว GOLDEN JAGUAR
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ กำแพงเมืองจีน ด่านจีหยงกวน ให้ท่านได้สัมผัสความมโหฬารและ
ยิ่งใหญ่ของกำแพงที่สร้างด้วยแรงงานเลือดเนื้อและชีวิตของคนนับล้าน ในสมัยจักรพรรดิ์จิ๋นซีฮ่องเต้
มีความยาว 10,000 ลี้ หรือ 6,788 กิโลเมตร ใช้แรงงาน 300,000 คนใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 10 ปี
ปัจจุบันเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ระหว่างทางผ่านเส้นทางรถไฟสายไซบีเรีย ที่มุ่งหน้าสู่รัสเซีย
ให้ท่านถ่ายรูปและเที่ยวบริเวณกำแพงเมืองจีน และเพลิดเพลินกับการซื้อของที่ระลึกมากมายบริเวณ
กำแพงเมือง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เมนูสุกี้มองโกลหม้อไฟท่านละ 1 หม้อ
บริการไม่อั้นจนกว่าจะอิ่ม ทั้ง ไก่ , หมู ,แพะ ,ผัก, เห็ด , เต้าหู้ , ผักนานาชนิด
นำท่านเดินทางสู่ กำแพงเมืองจีน ด่านปาตาหลิ่ง และนำท่านนั่งกระเช้าขึ้นสู่ กำแพงเมืองจีน สถานที่แห่งนี้ท่านจะได้สัมผัสกำแพงเมืองจีนอย่างถึงจุดสูงสุดและพร้อมกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามเกินคำบรรยาย ท่านจะได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์หนึ่งในเจ็ดของโลกในยุคกลาง ที่สร้างขึ้นด้วย แรงงานของคนนับหมื่น
มีความยาว 6,350 กิโลเมตร ก่อสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อประมาณกว่า 2000 ปีก่อน โดยจักรพรรดิ์จิ๋นซี
ผู้รวบรวมประเทศจีนให้เป็นปึกแผ่น ตัวกำแพงสูงราว 7 เมตร กว้าง 6 เมตร ว่ากันว่าถ้านำวัสดุที่ใช้ก่อสร้างกำแพงแห่งนี้มาสร้างกำแพงที่มีความหนา 1 เมตร สูง 5 เมตร จะได้กำแพงที่มีความยาวรอบโลก
สมควรแก่เวลานำท่านกลับสู่มหานครปักกิ่ง
เย็น รับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์สุดหรูระดับ 6 ดาว GOLDEN JAGUAR เป็นภัตตาคารเลิศหรู และมี
อาหารนานาหลายชนิด ภายในภัตตาคารแห่งนี้ จะเเบ่งเป็นโซนๆ มีทั้งหมด 12 โซน โซนอาหารจีน
โซนอาหารยุโรป โซนติ่มซำฉบับกวางตุ้ง โซนอาหารไต้หวัน โซนอาหารอินเดีย โซนอาหารเกาหลี
โซนอาหารญี่ปุ่น โซนอาหารไทย โซนผลไม้และเครื่องดื่ม
นำท่านเข้าพักผ่อน ณ โรงแรม TAILONG PLAZA HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ห้าของการเดินทาง หอฟ้าเทียนถาน – พระราชวังฤดูร้อนอวี้ เหอ หยวน – สนามบิน – กรุงเทพ ฯ
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
นำท่านไปชมพลับพลาเทียนถานหรือหอบวงสรวงเทวดา สถานที่ซึ่งกษัตริย์จีนสมัยโบราณ
ใช้เป็นที่บวงสรวงเทพยดาฟ้าดิน ให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ ทวยราษฎร์อยู่เย็นเป็นสุข สะท้อนถึงความเชื่อพิธีกรรมต่าง ๆ ตลอดจนศิลปวัฒนธรรม และความเป็นมหาอำนาจของจีน ให้ท่านได้ยืนตรงจุดขอพรบริเวณแท่นทางเข้า เพื่อขอพรให้ทำมาค้าขายเจริญรุ่งเรือง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บริการเมนูติ่มซำหลากหลายชนิด รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม พระราชวังฤดูร้อนอี้เหอหยวน “ซูสีไทเฮา”ในช่วงเวลาที่พระนางยังมีชีวิตอยู่เคยใช้เป็นที่ประทับและว่าราชการ จัดสร้างขึ้นโดยใช้งบประมาณของทหารเรือ ชมปราสาท ตำหนักเก่า และศาลาในรูปแบบต่าง ๆ รวม 3000 แห่ง ล้วนมีทัศนียภาพที่สวยงาม ประทับใจแก่ผู้ได้มาเยือน
ชมทะเลสาบคุนหมิงในพระราชวังที่เกิดจากการขุดบ่อและนำไปถมสร้างภูเขา ในช่วงหน้าหนาวทะเลสาบแห่งนี้จะกลางเป็นน้ำแข็งให้เด็ก ๆ ได้ลงไปเดินเล่น กลางทะเลสาบมีสะพาน 17 โค้ง
ชมศาลาเรือหินอ่อนลอยน้ำที่สร้างสมัยซูสีไทเฮา
ชมระเบียงภาพวาดที่ยาวที่สุดในโลกกว่า 750 เมตร ลัดเลาะริมทะเลสาบและพระราชวังแห่งนี้
จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ สนามบินแคปปิตอล กรุงปักกิ่ง
19.45 น. เหิรฟ้าสู่ กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ CA 959 บริการอาหารและเครื่องดื่ม
23.45 น. คณะเดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ……
ลงทะเบียนเข้าร่วม Workshop ครั้งนี้ Click






















