การเลือกมานำเสนอ

เมื่อเรามองผ่านช่องมองภาพของกล้องถ่ายภาพ หรือมองผ่านจอ LCD ให้เราคิดเสมอว่า “เรากำลังเลือกบางส่วนที่เราเห็นมาบันทึกเก็บไว้เป็นภาพเพื่อนำเสนอ”
การถ่ายภาพเป็นการเลือกอย่างหนึ่ง เหมือนเวลาเราไปเลือกซื้อของ เราก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะหามาได้ในเงื่อนไขที่มีอยู่ ณ เวลานั้น เช่น มีเงินเท่าไหร่ มีเวลาในการเลือกมากน้อยแค่ไหน ของที่เราเลือกเราใช้เองหรือเอาไปให้คนอื่นใช้
การเลือกเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง คนที่เลือกเก่งก็จะได้ของที่ดี สร้างความพึงพอใจได้ ในขอบเขตเงื่อนไขที่มีอยู่
การถ่ายภาพก็เหมือนกัน ลองนึกดูตัวอย่างเวลาที่เราไปที่สวยๆ ที่หนึ่ง สวยจับจิต วิตตามินซีมากๆ แต่ทำไมเวลาที่ถ่ายรูปมาแล้วมันไม่สวยเอาเสียเลย

เพดานทางเดินที่ Impact เมืองทอง

“อาจเป็นเพราะหนูถ่ายมาเยอะเกินไป”

“ไม่มากนะคะพี่หาว หนูถ่ายมารูปเดียวเอง อยากถ่ายเยอะกว่านี้ แต่อีเพื่อนข้างๆ มันเพิ่งเลิกกับแฟน สะอึกสะอื้นรบกวนสมาธิ ต้องคอยมานั่งปลอบ ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วอยากกระโดดถีบ เพราะตอนที่มันยังคบกับแฟน วันๆ ไม่เคยได้เจอ วันนึงไม่มี BB มาให้เห็น พอตอนเลิกหละ BB มาถี่ยิบ เดี๋ยวๆ ก็ส่งท่อนฮุกเพลงอกหักมาอีกแล้ว วันๆ ไม่ต้องทำอะไร เดี๋ยวตึ๋ด เดี๋ยวตึ๋ด”

“เออ .. พี่หาวผิดเองที่ใช้คำว่าเยอะ … จริง ๆ พี่หาวหมายถึงหนูถ่ายมากว้างออกทะเลมากเกินไป หาสิ่งที่ดึงดูดความสนใจในภาพไม่เจอ”

“อ๋อ…หนูก็นึกว่าพี่หาวหมายถึงถ่ายมาหลายรูป หนูก็พูดไปซะเยอะเลย”

“ก็เหมือนสิ่งที่หนูพูดนั่นแหละ มันเยอะนะ แต่ว่าเรื่องบางเรื่องไม่ต้องเล่าก็ได้ เพราะคนฟังเขาไม่ได้สนใจ … หนูอาจอยากเล่า แต่เขาไม่อยากฟัง ตัวอย่างเดียวกันกับที่เพื่อนเอาท่อนฮุกเพลงอกหัก BB มาให้หนูนั่นแหละ … เอางี้ถ้าหนูอกหักถ้าจะ Message มาพี่หาวยินดีนะ แต่พี่หาวขอแนวเพลง Hip Hip อย่าง ‘เรือนแพ’ หรือไม่ก็ ‘เชียงรายรำลึก’ …  ฟังแล้วแนวดี”

“ยังค่ะหนูยังไม่เคยอกหัก เพราะหนูยังไม่มีแฟน … หนูค่อนข้างเลือกคบ มาตรฐานค่อนข้างสูง มีคนหน้าตาเหียกๆ แบบพี่หาวมาจีบมาคุยเยอะเหมือนกัน หนูก็คุยไปงั้นๆ ให้มาเป็นแฟนคงไม่เอา”

“จริงๆหนูไม่ต้องเอาก็ได้นะครับ … เป็นแฟนกันเฉยๆดีกว่า รอเรียนให้จบ ประสบความสำเร็จในชีวิต รอหลังเกษียรอายุราชการค่อย มีอะไรกันก็ได้”

“ไม่คุยกับพี่หาวแล้ว คุยเรื่องนี้ทีไรพี่หาวชอบคุยเป็นจริงเป็นจัง … ชอบสอน”

“พี่หาวเป็นคน ‘เอาจริง’ ครับ บะหมี่กับแป้งจี่คือหลักฐาน”

“ตกลงว่าทำไมรูปหนูไม่สวย!”

“เพราะหนูไม่ได้เลือกที่จะถ่ายเหมือนตอนหนูเลือกแฟนไง…ถ้าหนูเลือกสิ่งที่จะถ่ายมาก่อนที่จะบันทึก ไม่ใช่เห็นแล้วไม่คิดอะไรยกกล้องขึ้นถ่ายเพราะคิดว่ามันจะสวยเหมือนที่ตาเห็น โอกาสที่จะสวยมันจะมีน้อย เอางี้…พี่หาวจะเล่าเรื่องอะไรให้ฟัง คนที่อ่านเขาก็จะได้ฟังไปพร้อมๆ กันด้วย”

รูปจะสวยได้มันมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแสง เรื่ององค์ประกอบ เรื่อง Subject ที่เราจะถ่าย วิธีการ Process วิธีการนำเสนอ ฯลฯ ของพวกนี้เราต้องเลือกทั้งนั้น

แหมพี่หาวหนูมือใหม่นะ เพิ่งหัดถ่ายเดือนที่แล้ว ตอนประจำเดือนมาวันที่ 3 …

“เอาหละ … ไม่ต้องอธิบายละเอียดมาก …จริงๆ แล้วการเลือกสิ่งที่จะถ่ายได้น่าสนใจ ไม่เกี่ยวกับว่าเป็นมือใหม่หรือมือเก่า จะเริ่มถ่ายตอนประจำเดือนหมดก็ไม่มีปัญหา มือเก่าๆอาจจะได้เปรียบนิดหน่อยตรงที่ได้เจออะไรมาเยอะ แต่มือใหม่ก็จะได้ในแง่ของความสดใหม่ของสิ่งที่จะนำเสนอ คนที่เลือกเก่งๆ มีศิลปะในการมองที่น่าสนใจ มีความคิดสร้างสรรค์ มีความแตกต่าง ก็จะสามารถเรียกความสนใจจากผู้ที่พบเห็นภาพของเราได้ คิดง่ายๆ เหมือนเราเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่นั่นแหละ มันต้องประกอบด้วยหลายๆ อย่าง อย่างแรกก็ต้องดูว่าเหมาะกับตัวเราหรือเปล่า เหมาะกับที่ๆ จะใส่ไปหรือไม่ เสื้อ กางเกงใส่แล้วมันไปด้วยกันได้ไหม ฯลฯ”

ก่อนที่จะถ่ายภาพเราก็ต้องเลือกเหมือนกัน อย่างแรกคือเลือกสิ่งที่จะมาอยู่ในกรอบภาพของเรา ว่า “อะไรสมควรที่จะนำมาไว้ในกรอบ แล้วดูเหมาะสม …”

เลือกตำแหน่งของสิ่งที่วางในกรอบ ว่าวางไว้ตรงไหนแล้วดูดี

เลือกทิศทางแสงที่ส่องมายังวัตถุ เลือกฉากหลัง พอเริ่มมีประสบการณ์มากหน่อยก็จะมองทะลุไปถึงตอน Process ว่าจะเลือก Process ภาพนี้อย่างไรดี … เพื่อให้เหมาะสมกับภาพที่ถ่ายมา

มึนใช่ป่ะ…เพราะมันดูยุ่งเหยิงเยอะแยะมากมายเลย แต่ถ้าฝึกบ่อยๆ จะไม่มึนครับ …มันจะเป็นไปโดยธรรมชาติเหมือนหายใจเข้า หายใจออก (หรือจะหายใจออก ออก เข้า เข้า ก็ได้) เวลาถ่ายเราจะเลือกโดยไม่รู้ตัว

เริ่มจากฝึกเลือกสิ่งที่เราจะถ่ายก่อน … ดูก่อนว่าสิ่งที่เราจะนำเสนอน่าสนใจหรือไม่ คิดก่อนว่าถ้าเราถ่ายรูปนี้ไปนำเสนอแล้วคนอื่นจะสนใจหรือเปล่า เพราะบางทีเราเห็นว่ามันน่าสนใจ แต่คนอื่นอาจมองว่า “งั้นๆ” ก็ได้ หรือถ้าเราต้องการจะถ่ายไอ้ “สิ่งงั้นๆ” นี่จริงๆ เราก็อาจจะต้องหาวิธีนำเสนอใหม่ๆ ให้มันดูไม่ “งั้นๆ”

จำเอาไว้ว่า “คนที่เลือกเก่งกว่าคือคนที่คิดมากกว่า”

หัดมอง หัดสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัวว่ามีอะไรที่ดูน่าสนใจที่สามารถถ่ายมานำเสนอได้บ้าง รวมถึงลองจินตนาการเพิ่มเติมไปด้วย

พอได้สิ่งที่เราจะถ่ายแล้ว ก็ให้มองมันในหลายๆ มุม มองอย่างเดียวไม่พอ ต้องลองถ่ายด้วย สมัยนี้ไม่ต้องเอาสองมือทำนี้ชี้นิ้วโป้งมาชนกันเพื่อมองผ่านเป็นกรอบภาพแล้ว เอากล้องที่มีอยู่ในมือถ่ายเลยครับ ถ่ายมาหลายๆ มุม แล้วมาเลือกดู ถ้าคิดว่าได้รูปที่ดีแล้ว ถ่ายต่อไปอีกสัก 5-10 รูป เพราะอาจจะได้รูปที่ดีกว่า

มุมก้ม มุมเงย มุมปกติ ใกล้ ไกล เดินเข้าเดินออก ลองมองให้ครบ …

และให้ลองถ่ายมาหลวมๆ กว้างๆ เผื่อมา Crop ในตอน Process อีกรอบ ตอนที่เรานั่ง Crop ในโปรแกรมเราอาจจะได้เห็นมุมมองใหม่ๆ เพิ่มเติมก็ได้

การถ่ายมาเผื่อเลือก หรือการถ่ายมา Crop บางคนคิดว่าเป็นเรื่องของบาป หรือไม่ก็เรื่องของศักดิ์ศรี (หลายๆ คนคิดแบบนี้จริง) ส่วนพี่หาวคิดว่าเรื่องบาป และศักดิ์ศรีเป็นเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ผลลัพธ์ที่ได้ งานที่ปรากฏเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า

“กล้องถ่ายรูปเขาไม่ได้ทำมาให้กดชัตเตอร์เพียงครั้งเดียว…นะ”

และอีกอย่างที่พี่หาวอยากแนะนำก็คือ ถ้าเราอยากมีมุมมองที่แปลกใหม่หลากหลาย ให้ฝึกโดยใช้อุปกรณ์น้อยๆ ครับ กล้องตัวเดียว เลนส์ตัวเดียวนี่แหละดีที่สุด หรือว่าจะถ่ายจากกล้อง Compact หรือมือถือก็ได้ ถ้าเริ่มจะอุปกรณ์เยอะ ๆ จะไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวเท่าไหร่ เพราะเราจะไปคิดถึงแต่เรื่องเลือกอุปกรณ์ที่จะใช้ ไม่ได้ฝึกคิดหามุมมองในการนำเสนอ ลองเริ่มจากโทรศัพท์มือถือที่มีอยู่ในมือก็ได้ครับ… นั่นแหละอุปกรณ์ที่สุดยอดในการฝึกเลือกเลยหละ

ใครจะไปรู้ว่าห้องนอนบ้านเราจริง ๆ แล้วรกมาก

แม็คไม่ต้องถ่ายมาทั้งแก้ว

แมวไม่ต้องถ่ายมาทั้งตัว

เลือกบางส่วนของสิ่งที่จะถ่าย เลือกแสง เลือกสี การคิดหลาย ๆ ชั้นจะทำให้ได้ภาพที่แตกต่างจากสิ่งเดิม ๆ ที่เคยเห็น

คลองแสนแสบใครคิดว่าไม่น่ามีอะไรให้ถ่าย

ถ้าเริ่มคุ้นเคย ให้มองไปถึงเรื่องการ Process

รูปนี้จริง ๆ แล้วเป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่ง (กว้างไม่เกินคืบนึง) ของนิทรรศการที่โรงเรียนบะหมี่

ไข่พะโล้ ... เลือกส่วนมานำเสนอ อีกส่วนกินไปแล้ว

รูปสุดท้ายนี่ ... น่าจะเห็นภาพชัดเจนที่สุด หน้าตาเหียกๆ ยังถ่ายมาได้ขนาดนี้ ... ของแบบนี้มันอยู่ที่วิธีการเลือกมานำเสนอครับผม :)

Comments are closed.