ไดโนเสาร์ตายเพราะแฟลช

มีหลายทฤษฎีที่กล่าวถึงสาเหตุที่ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปเมื่อหลายล้านปีก่อน
บางทฤษฎีบอกว่า “ดาวเคราะห์น้อยไปกินเบียร์กับเพื่อนขากลับไม่ยอมนั่งแท๊กซี่ อยากโชว์พาวร์เมาแล้วขับเลยพุ่งชนโลก”
บางทฤษฎีก็บอกว่า “ภูเขาไฟระเบิด หรือไม่ก็อากาศเย็นลงอย่างฉับพลัน ไม่มีใครบริจาคผ้าห่มและถุงยังชีพให้” ฯลฯ

พี่หาวก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง เพราะว่าไม่ได้เกิดเป็นเห็บของไดโนเสาร์ในยุคนั้น มันจะสูญพันธุ์ด้วยสาเหตุอะไรก็ตามสะดวกขออย่าให้ลูกค้านำมาเป็นเหตุผลในการเลื่อนวันวางบิลรับเช็ค

แต่เมื่อวานนี้พี่หาวได้ค้นพบทฤษฎีใหม่ที่พี่หาวมั่นใจว่าน่าเป็นสาเหตุให้ไดโนเสาร์ไม่สามารถโผล่มานั่งเล่น ”ป๊อกแปดป๊อกเก้า” กับเราในยุคปัจจุบันได้ พี่หาวมีความเชื่อว่า “ไดโนเสาร์ตายเพราะแฟลช” ทำไมพี่หาวถึงเชื่อว่าเป็นแบบนี้ มีหลักฐานและเหตุผลอะไรมาสนับสนุนว่าคลิปโกงข้อสอบเป็นของจริง เอาหละศาตราจารย์ ดร.พี่หาวจะเลคเชอร์ให้ฟัง

เมื่อวานนี้พี่หาวได้บัตรเข้าชม Walking with Dinosaur ที่ Impact Arena มาจากพี่ชาย บัตรทั้งหมดมี 10 ใบ เป็นบัตรในตำแหน่งที่นั่งพิเศษ ไม่มีขายให้กับคนทั่วไป

“ที่นั่งพิเศษ…นี่นั่งในท่อแอร์หรือเปล่าครับปาปา” บะหมี่ถาม

“อ้าว…ที่นั่งพิเศษทำไมไปนั่งในท่อแอร์หละบะหมี่”

“ก็จะได้เย็นกว่าคนอื่นไงครับ”

อืมส์ …​ ลูกเราฉลาดไม่ธรรมดาจริง ๆ

พอได้บัตรมา “อาต้อง” ก็จัดการโทรถามกลุ่มเป้าหมาย … ซึ่งก็คือบรรดาญาติพี่น้องที่มีลูก ๆ วัยกำลังคลั่งไดโนเสาร์เหมือนกับบะหมี่ ว่ามีใครจะไปดูบ้าง งานนี้หน้าที่พาบะหมี่ไปตกเป็นของพี่หาว เพราะว่าเแป้งจี่ยังเล็กเกินไป เห็นไดโนเสาร์แล้วอาจจะร้องไห้อยากกลับบ้าน แม่กิ๊กก็เลยพาแป้งจี่ไปเดินเล่นที่เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะตอนที่บะหมี่กับพี่หาวเข้าไปดูไดโนเสาร์ ทั้งที่พี่หาวเองอยากนอนกลางวันอยู่บ้านมากกว่า แต่ทำไงได้ตอนที่ทำบะหมี่ไม่ได้คิดไกลถึงขนาดว่าจะต้องพามาดูไดโนเสาร์ด้วย ตอนนั้นคิดถึงแต่ความสุขที่กำลังใกล้เข้ามามากกว่า …

บะหมี่กับไอพ่น

นอกจากพี่หาวกับบะหมี่แล้วก็มี “ไอพ่น” ไปกับ “อาเอ๋ “ และก็คุณยายของ ”ไอพ่น” น้าปุ้มไปกับเพื่อนอีกคน “พี่มายด์” ลูกสาวของ ”ลุงเซ็น” ซึ่งเป็นพี่ชายของพี่หาวอีกคนนึง ทั้งหมดมี 8 คน แต่มีบัตร 10 ใบ เหลือ 2 ใบ “น้าปุ้ม” บอกว่าจะเอาไปขายหน้างาน แต่พอมารู้ราคาบัตรทีหลังแทบเป็นลม เพราะบัตรที่ได้มามันใบละ 2,000 บาท นั่งหน้าสุดเลย เรียกว่าถ้าไดโนเสาร์ตดจะได้กลิ่นก่อนใครเพื่อน ส่วนใหญ่คนที่มาซื้ออยากได้บัตรราคาถูกกว่านั้น น้าปุ้มก็เลยเสนอว่าเราน่าจะซื้อข้าวเหนียว ไก่ย่าง ตำปูปลาร้าเข้าไปนั่งชมไดโนเสาร์ข้างใน เพราะมีที่ว่างพอให้ปูเสื่อ

แต่ดวงผู้ชมบริเวณนั้นค่อนข้างแข็ง น้าปุ้มก็เลยไม่สามารถหาซื้ออาหารที่ต้องการเข้าไปตั้งวงกินได้ ทำให้ตรงที่เราดูมีที่นั่งเหลืออยู่ 2 ที่ รู้งี้เอามาแจกน้องในเวบที่อยากดูดีกว่า … (พูดให้ดูดีไปงั้นแหละ ….ตอนนั้นไม่ได้นึกถึงหรอก)

งานแสดงแบบนี้ส่วนใหญ่เขาจะไม่ให้บันทึกภาพขณะแสดง เพราะว่าอาจจะติดเรื่องลิขสิทธิ์ของการโชว์ หรือไม่ก็เกรงว่าจะไปรบกวนการรับชมของคนอื่น หน้าทางเข้าก็เลยมีป้ายติดไว้ให้เห็นว่า

  • ห้ามบันทึกวีดีโอ
  • ห้ามนำกล้องถ่ายภาพระดับมืออาชีพเข้า
  • ห้ามใช้แฟลช
ตรงทางเข้าก็มีเจ้าหน้าที่คอยตรวจเช็คของที่เดินถือเข้าไป

พี่หาวเห็นแล้วทำใจไว้ล่วงหน้าเลยว่าเข้าไปต้องเจอสิ่งต้องห้ามทั้งหมดในขณะที่ชมการแสดงแน่ ๆ เพราะคนไทย

“ถ้าห้าม … แสดงว่าอนุญาติ”

และก็เป็นอย่างที่พี่หาวคิด ก่อนการแสดงจะเริ่มเขาก็ประกาศบอกว่าไม่ให้ใช้แฟลชในขณะบันทึกภาพ แต่ตลอดการแสดงเกือบสองชั่วโมงจำนวนครั้งของแฟลชที่ยิงออกมาจากอาเฮีย อาซ้อ อาอึ้ม อาม่า มีมากกว่าจำนวนพลุที่จุดในงานเปิดกวางโจวเกมส์ซะอีก

อันนี้พี่หาวไม่ว่ากันนะ เพราะใคร ๆ ก็อยากได้รูปไดโนเสาร์ไปเก็บไว้ใน Memory Card คงไม่มีใครยิงแฟลชให้มันแว๊บ ๆ เล่น ให้เข้าจังหวะกับเสียงกระแทกเท้าของทีเร็กซ์เวลามันเดินหรอกเนอะ

“ก็ซ้อไม่รู้จะปิดแฟลชยังไงนี่นา ตั้งแต่ซื้อมาไอ้คนขายมันตั้งกล้องให้ยังไง ซ้อก็ใช้ตามนั้น นี่ยังไม่รู้เลยว่าจะเอารูปออกมาจากกล้องยังไง…”

ส่วนอาเฮียบางคนการหาวิธีปิดแฟลชอาจจะไม่ใช่ปัญหา เพราะไม่ได้ยุ่งยากมากมายอะไร แต่เฮียเขาอาจจะไม่รู้ว่าเปิดแฟลชไปก็เท่านั้น ไม่ได้ช่วยให้ภาพดีขึ้นหรอก อาจทำให้ภาพแย่ลงเสียด้วยซ้ำ ทำไมพี่หาวถึงพูดแบบนั้น เอาหละจะอธิบายให้ฟัง

ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าพวกกล้อง Compact ทั้งหลายที่มันมีแฟลช ตัวแฟลชเองมันจะมีระยะในการทำงานของมัน ไม่ใช่ว่าถ่ายที่ลาดพร้าว แล้วมันจะสว่างไปถึงพระโขนง ส่วนใหญ่อัดเต็ม ๆ ก็ไม่น่าจะหวังผลได้เกิน 10 เมตร … ด้วยเหตุนี้อาอึ้มที่นั่งอยู่บนอัฐจรรย์ชั้น 2 – 3 จึงไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องเปิดแฟลชให้แสบหัวล้านคนข้างหน้า และการเปิดแฟลชยิงไปแบบนี้มันจะทำให้วัตถุที่อยู่ใกล้ ๆ สว่างจ้า แต่ที่อยู่ไกลพ้นระยะแฟลชไปดูมืดทึบในภาพ

ระยะที่แฟลชไปถึง

ถ่ายโดยไม่เปิดแฟลช

ถ่ายมาก็จะเหมือนกับรูปตัวอย่างที่พี่หาวแสดงให้ดูนี่แหละ

“นี่ตาหาวอย่ามาดูถูกซ้อนะ ซ้อหนะนั่งบัตร VIP ชิดขอบเวที ห่างจากไดโนเสาร์ไม่ถึง 10 เมตร แถมบัตรที่ซื้อมาก็ไม่ใช่ได้ฟรีมาเหมือนโคตรเหง้าตระกูลเธอด้วย เพราะฉะนั้นยิงแฟลชไปยังไงก็สว่างวาบสามารถเห็นรอยย่นบนไข่ของ T-Rex ตัวผู้ได้อย่างชัดเจน ..”

ถ้าซ้ออยากได้แค่ T-Rex และรอยย่นบนไข่ของมันกลับไปชื่นชมที่บ้าน อันนั้นผมไม่เถียง แต่มันจะสว่างเฉพาะตัว T-Rex บรรยากาศรอบ ๆ และแสงไฟที่เขาอุต่าส่าห์จัดอย่างอลังการงานสร้าง ซ้อจะไม่สามารถเก็บมาด้วยได้ จะได้มาก็เฉพาะหน้ามัน ๆ ของ T-Rex เท่านั้น เพราะระยะแฟลชมันไปไม่ถึงอย่างที่ผมบอก

เอางี้ครับซ้อ … ผมจะแนะนำวิธีถ่ายงานแบบนี้ด้วยกล้อง Compact หรือกล้องจากมือถือแบบงาม ๆ ให้ รับรองว่าคนในซอยบ้านซ้อที่เลิกคบกับซ้อไปแล้วจะต้องตกตะลึงในความสามารถทางด้านการถ่ายภาพของซ้อ และกลับมาขอกู้เงินเพิ่ม

เริ่มต้นต้องปรับโหมดของกล้องเราไปที่อื่นที่ไม่ใช่แบบ Full Auto เสียก่อน เพราะว่าโหมด Full Auto ที่พนักงานร้านปรับมาให้เราตอนซื้อนั้น ถ้าแสงน้อยเมื่อไหร่มันจะยิงแฟลชให้เราทันทีโดยที่เราไม่สามารถไปบอกให้มันหยุดได้

ปรับไปที่ P หรือ A,Av ก็ได้ หรือถ้าไม่มีโหมดพวกนี้ให้ปรับไปที่ Landscape Mode หรือ Party Indoor ก็ได้ จากนั้นให้หาปุ่มที่จะห้ามแฟลชไม่ให้ทำงาน โดยเลือกที่รูปคล้าย ๆ กับรูปข้างล่างนี้

“โหมด … เหมิด อะไรที่เธอพูดซ้อไม่รู้จัก ช่วยพูดอะไรที่มันง่ายกว่านี้หน่อยได้มั๊ย อย่างเช่นลองชอมฟ์ แอร์เมส หลุย วิตตอง วิเวียน เวสวูดท์ อะไรทำนองนั้น ให้ซ้อพอจะเข้าใจได้บ้าง”

“เอางี้ซ้อ ซ้อหารูปเทือกเขาในตัวกล้องซ้อให้เจอว่ามันอยู่ตรงไหน แล้วก็หมุนไปตรงนั้น หรือจะเป็นรูปที่เหมือนกรวยยิงสายรุ้งงานปีใหม่ก็ได้”

“กล้องซื้อที่ญี่ปุ่น มันจะเป็นรูปภูเขาไฟฟูจีเอามาถ่ายในเมืองไทยมันจะใช้ได้มั๊ย” …

“ซื้อที่ไหนก็เหมือนกันครับ ซื้อที่ญี่ปุ่นแล้วจะเอามาถ่ายที่ดงพระยาเย็น หรือเทือกเขาตะนาวศรีมันก็เหมือน ๆ กันนั่นแหละ ขอให้หมุนไปที่รูปภูเขาก่อนก็แล้วกัน”

ได้แล้วใช่ไหมครับ …​ เอาหละทีนี้ลองถ่ายดู

แสร่ดดดดด…. (เสียงชัตเตอร์…ทำงาน)

อะทีนี้ซ้อกด Review ดู …​เป็นไงครับแสงสีตระการตาเลยใช่ไหม …

“อืมส์ … ก็จริงอย่างที่เธอว่านะ แต่ทำไมตัวไดโนเสาร์ในรูปของซ้อมันไม่ชัดเหมือนที่เธอถ่ายหละ”

“อันนี้ไม่ยากครับ เวลาที่เราถ่ายในที่ ๆ มีแสงน้อย กล้องมันจะเปิดชัตเตอร์เพื่อรับแสงเป็นเวลานานกว่าเวลาที่เราถ่ายภาพในสภาพแสงปกติ ไอ้ที่ซ้อได้ยินเสียง แสร่ดด ๆ ยาว ๆ นั่นแหละ ทีนี้เราก็ต้องมีเทคนิคในการถ่ายเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย”

“ตาหาวเธอรีบบอกเลย อธิบายยืดยาว นี่เขาจะเลิกแสดงแล้ว” …

“ซ้อต้องถือกล้องนิ่ง ๆ และรู้จักรอจังหวะครับ … เวลาที่ไดโนเสาร์มันเคลื่อนไหว มันจะมีจุดสุดยอดของมัน…”

“อย่ามาทะลึ่ง” … ซ้อทำหน้าแดง บริเวณที่ฉีดโบท๊อกซ์

“ผมไม่ได้ทะลึ่ง … ผมกำลังพูดเรื่องวิชาการ ซ้อนั่นแหละคิดไปเอง … คำว่าจุดสุดยอดที่ผมหมายถึง ให้ซ้อลองนึกแบบนี้ครับ เวลาที่ไดโนเสาร์มันหันหน้า มันจะไม่ได้หันไป 360 องศาคอหมุนรอบ เหมือนในหนังผีญี่ปุ่น (ก็ไม่รู้มันจะหมุนทำไม … หมุนคอได้ไม่เห็นน่ากลัวตรงไหน) แต่มันจะต้องหันไปแล้วหยุดที่จุดใดจุดหนึ่ง หรือเวลามันชูคอโห่ร้อง มันก็จะมีจังหวะที่มันหยุดนิ่ง ตอนนั้นแหละให้ซ้อกดชัตเตอร์ หรือถ้ารู้สึกว่ากล้องของซ้อกดชัตเตอร์แล้วมันยังไม่ยอมถ่ายทันที (Shutter Lag) ซ้อก็ต้องเผื่อไว้ซักนิดนึง รับรองว่าภาพจะออกมาน่าตื่นตาตื่นใจมาก ๆ เลยครับ”

จำไว้ว่าให้ถึงจุดสุดยอดค่อยกดชัตเตอร์

“แล้วเรื่องโฟกัสหละมันจะทันมั๊ย …แสงก็น้อยด้วยโฟกัสยากเลยนะ”

“ไม่ต้องกลัวครับซ้อ Compact ที่ซ้อใช้ Sensor มันเล็กมาก ระยะชัดมันเยอะ ถ่ายแบบนี้หายห่วง และไอ้โหมดเทือกเขาสันกะลาคีรีที่ผมให้ซ้อปรับไว้นั่นก็ช่วยในเรื่องนี้ได้มาก ขอให้ซ้อถือกล้องน่ิง ๆ จับจังหวะดี ๆ รับรองเฮียได้เห็นรูปที่ซ้อถ่าย แล้วสะกิดซ้อทั้งคืนแน่ ๆ”

“บ้า ….มมมม ซ้อถ่ายไดโนเสาร์ตัวผู้นะ เฮียเขาคงไม่คิดอะไรหรอก” ซ้อทำหน้าแดงบริเวณโบท๊อกช์อีกรอบ

ใครจะไปรู้…ดูจากซ้อผมว่าเฮียแกก็น่าจะชอบอะไรแปลก ๆ เหมือนกันนะ

ต่อไปไดโนเสาร์ก็จะไม่ตายเพราะแฟลชอีกแล้ว

Note : กล้องที่มีระบบ AF Assist หรือไฟช่วยหาโฟกัสในที่มืด ก็ให้ปิดระบบนี้ด้วยนะครับ เพราะว่ามันก็น่ารำคาญไม่แพ้แสงจากแฟลชครับ ส่วนใหญ่สามารถปิดได้โดยเข้าไปที่เมนูของกล้องครับ …​ถ้าไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน ให้ดูที่คู่มือของกล้องครับผม

Comments are closed.